วิดีโอ

Loading...

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อลังการงานช้าง 2






กว่าฝนจะขาดเม็ด ก็ประมาณทุ่มนึง แฟนเพลงเอกชัยชาวภูเก็ตทยอยเดินทางกันมาไม่ขาดสาย สนามข้างโชว์รูมมาสด้าแห่งนี้เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นสนามประจำของศรีวิชัยโชว์ ถึงแม้ว่าวันนี้ สภาพสนามจะเละมากๆ แต่บริเวณรอบเวทีวงกลมด้านหน้าเต็มไปด้วยผู้คนทุกเพศทุกวัย ที่มาจับจองพื้นที่วางเก้าอี้ บางคนมาตั้งแต่ตอนบ่าย มาหาที่หลบฝนเอาแถวๆนี้ หลังเวทีก็เละไม่แพ้กัน ทุกคนทำงานแข่งกับเวลาบนความเฉอะแฉะ หน้าที่ผมในวงติดพันมาตั้งแต่สายที่แล้ว คือการจัดรายการสดจากหลังเวที ลิงค์ไปยังสถานีวิทยุในจังหวัดภูเก็ต 7 สถานี
โดยรายการเริ่มกันตอนห้าโมงเย็น มีดีเจช้าง แห่งคลื่นต้นไผ่เสียงทอง มาแจมพูดคุยกันในรายการ
วันนี้เป็นวันแรกของการเดินสายในตอนพิเศษ ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 วันตามความต้องการของสปอนเซอร์
ซึ่งได้แก่ผลิตภัณฑ์ช้าง เป็นการเปิดวงช่วงหน้าฝนซึ่งเป็นช่วงของการพักวง



การแสดงในคืนแรกผ่านพ้นไปด้วยดี แม้จะมีปัญหาบ้างแต่เรื่องฝนฟ้า แต่ชาวภูเก็ตก็มากันเกือบเต็มสนามจบคอนเสิร์ตคืนนั้น ผมนอนที่ทวินน์อิน โรงแรมเล็กๆ ใจกลางเมืองภูเก็ต พรุ่งนี้ตื่นสายๆ ทำรายการเสร็จก็จะเดินทางไปที่สุราษฎร์ธานี เป็นเป้าหมายต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อลังการงานช้าง





ผมเอนหลังเหยียดยาวแนบพนักเก้าอี้เพื่อไล่ความเมื่อยขบ

หลังจากนั่งจมอยู่กับงานตัดต่อวีทีอาร์ คอนเสิร์ตตอนใหม่มาหลายชั่วโมง เหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาอีกสิบนาทีจะตีสอง ข่าวเช้าวันใหม่ทางช่องสาม พิธีกรสาวกำลังเล่าข่าวกีฬาเป็นการส่งท้าย เธอคงจะได้กลับไปอาบน้ำอุ่นๆ ก่อนจะซุกกายใต้ผ้าห่มหนานุ่มในไม่ช้า แต่สำหรับผมคงอีกนาน แม้คอมพิวเตอร์ทั้งสามเครื่องกำลังช่วยกันเรนเดอร์ไฟล์วีดีโอ กันเต็มที่แต่ดูแล้วคงกินเวลามากโขอยู่ ถ้าเป็นเมื่อสองปีที่แล้วเวลาตีสองตีสามนี่เป็นเวลาทำงานแบบสบายๆของผมเลย แต่ปีนี้สงสัยแก่ลงแฮะ...พรุ่งนี้ต้องขับรถไกลไปภูเก็ต คิดแล้วตัดช่องน้อย...ไปนอนดีกว่า (อ้าว) เปิดคอมทิ้งไว้แบบนี้แหละ พรุ่งนี้เช้ามาต่อ........






7 โมงกว่า หลังจากได้นอนเพียงสามชั่วโมง

ผมก็ต้องตื่นเพราะเสียง "งุ้งงิ้ง" ข้างๆหูของเด็กทั้งสองคน
"พ่อครับ พ่อไปสามวันชั่ยมั้ย" เหมลูกชายคนโตผมถาม

"อืมม"


"แล้วพ่อก็กลับมาอยู่บ้านสามวัน แล้วไปอีกชั่ยมั้ย"

"อืมมม" เหมเริ่มวกเข้าเรื่องเดิมๆ ที่ตัวเองชอบ

"พ่อ เหมว่าเกมเบนเทนนั่นมันสนุกกว่าสไปซ์เดอร์แมนอีกนะ พ่อซื้อจากวงลุงเอกมาให้เหมได้รึเปล่า"

"เหม รอน อย่ากวนพ่อรีบไปโรงเรียนได้แล้ว"

เสียงสวรรค์ ช่วยดึงลิงทั้งคู่ไปจากผม ก็เลยได้โอกาสงัดตัวเองขึ้นจากที่นอนมานั่งตัดต่อวีทีอาร์ต่อจนเสร็จ




บันทึกต่อ ณ จ.ภูเก็ต เวลา 01.15 น. วันศุกร์ ที่ 30 ก.ค. พ.ศ.2553

กว่าผมจะออกจากชุมพรก็ปาเข้าไปห้าโมงเย็น

ฝนกระหน่ำเทลงมาจนมองแทบไม่เห็นทาง ผมตั้งเครื่องจีพีเอส กำหนดเป้าหมายที่ศูนย์มาสด้า จ.ภูเก็ต

เครื่องคำนวนระยะทาง ได้ สี่ร้อยกว่าโล พร้อมคำนวนเวลาให้เสร็จว่าจะไปถึงประมาณสี่ทุ่ม

แต่เครื่องคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต (ฮ่าๆๆ) ฝนตกซะขนาดนี้อาจจะช้าไปอีกเป็นชั่วโมง ผมขับรถมาตามเส้นทางสายเอเซีย ฝนตกตลอดทางอย่างที่คาดไว้ หนักบ้างเบาบ้าง เวลาใกล้ค่ำเป็นช่วงที่ผมไม่ชอบเลยในการขับรถ เพราะมันเป็นรอยต่อระหว่างความมืดกับความสว่าง ต้องใช้สมาธิอย่างมากในการบังคับพวงมาลัยไม่ให้เป๋ไปตามความลื่นของถนน ประสบการณ์อุบัติเหตุสองสามครั้งที่ผ่านมาทำให้ผมคล้ายกับเกิดความขยาดและระแวงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งหางตาก็เหลือบเห็นเงาวูบวาบอยู่ข้างถนน เท้าก็จะแตะเบรคโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งรถราก็เยอะเหลือเกิน ส่วนมากจะเป็นรถใหญ่ รถบรรทุก รถพ่วง รถทัวร์ การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นห้าชั่วโมงแห่งความทรมานของผมเลยก็ว่าได้

ถึงแยกนาเหนือจะเข้าทับปุด ประมาณสองทุ่มกว่า เหลือระยะทางอีกร้อยกว่าโลจะถึงภูเก็ต เหมกับรอนก็โทรมา

"ฮัลโหล พ่ออยู่หนายยยยย" หางเสียงยียวนแบบนี้สไตล์น้องรอนล่ะ

"พ่อขับรถอยู่ครับ..."

"พ่อ จะกลับบ้านเหรอ" อ้าวยังไม่มีใครบอกรอนเหรอเนี่ยว่าพ่อไปไหน แต่ก่อนที่ผมจะออกจากบ้านก็มีการหอมแก้มลากันแล้วนี่นา"

"พ่อไปทำงานครับ อีกสองวันพ่อกลับ" เสียงกุกกัก เหมือนเกิดศึกชิงโทรศัพท์กันแว่วมา

"พ่อเหมเอง.... เหม เริ่มคิดถึงพ่อแล้วแหละ"

"เหรอ" ผมยิ้ม รู้สึกสุขใจอยู่ลึกๆ

"อะไรกัน พ่อมาแป๊บเดียว เหมคิดถึงพ่อแล้วเหรอ"

"ครับ..."

"พ่อ...."

"ว่างัย..."

"เกมส์ สไปเดอร์แมน กับเบนเทน พ่อซื้อมาให้เหมได้มั้ย"

ผมหุบยิ้ม รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ตรงคอหอย

"ได้....ลูก ลูกอย่าดื้อกับหม่าม้านะ พอซื้อให้"

เข้าเขตภูเก็ตฝนก็ยังตกไม่หยุด แต่ไม่หนักมากนัก ผ่านอนุสาวรีย์ท้าวเทพฯ ที่ถลางเข้าเมืองภูเก็ต

ทีมงานทั้งหมดรวมทั้งพี่เอกอยู่ที่สนามแล้ว พอผมไปถึงก็รับมอบหมายงานในส่วนที่เป็นหน้าที่ผม








จากนั้นตามมาดูพี่เอกซ้อมเพลงกับนักดนตรีที่ห้องซ้อม ก่อนจะแอบชิ่งไปนอนก่อนล่ะครับ ปักหมุดเป้าหมายไปที่ โรงแรมสินทวี นอนก่อนล่ะครับ พรุ่งนี้ผมต้องตื่นเช้ามาอัดรายการอีก พบกันอีกตอนหน้าครับ

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อาจารย์










เช้าวันเข้าพรรษาที่อากาศยังอึมครึม
วันนี้เด็กๆยังคงหยุดเรียนอีก 1 วัน แต่ตื่นเกือบ 7 โมงเช้าตามปกติ ผมลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟันแล้วขึ้นห้องอัด เพื่ออัดสปอตที่ยังค้างอยู่อีกหลายตัว พร้อมกับต้องทำรายการแหลงข่าวชาวบ้านฯ ให้เสร็จทันก่อนเที่ยง เพราะนัดกับ อ.เพทาย ไว้ว่าวันนี้จะไปดูอาการของ "อาจารย์" ที่วัดธรรมรัตน์


อาจารย์ผมที่วัดธรรมรัตน์ท่านอาพาธเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นมาหลายปีแล้ว อาการท่านทรุดลงเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้เดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็นทำให้ ทุกข์ทรมานมาก โอกาสดีที่ อ.เพทายแวะมาหาผมที่ชุมพร ท่านเล่าให้ฟังว่าไปรักษาคนป่วยเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ หายมาหลายราย ผมเลยขอให้ท่านแวะดูอาการของอาจารย์ที่วัด ให้หน่อย


ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก กว่าที่ผมกับ อ.เพทายจะเดินทางถึงวัดธรรมรัตน์เวลาก็เลยเที่ยงไปแล้ว มีชาวบ้านที่ผมโทรนัดไว้รอต้อนรับอยู่ เพื่อจะได้พูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องยาที่ อ.เพทายจะส่งมาต้มให้ อาจารย์ท่านฉัน
หลังจาก อ.เพทาย ตรวจดูอาการแล้วท่านก็บอกว่ามีโอกาสสูงมากที่อาจารย์จะอาการดีขึ้น หรือหายจากโรคนี้ได้ แม้จะไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็น แต่พวกเราก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพราะตลอดระยะเวลา4-5 ปี ก็พยายามหาทางรักษาท่านมาโดยตลอด อ.เพทาย ยืนยันว่าไม่เกินสองเดือน คือ 60 วัน ต้องต้มยา 57 หม้อ ให้ท่านฉันทุกวัน สิ่งแรกที่จะกลับมาก็คือระบบประสาทและสมอง จากนั้นร่างกายจะฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาให้สามารถเดินได้ สองเดือนนับจากนี้คือการพิสูจน์ โดย อ.เพทาย จะส่งยาทั้งหมดมาให้พี่เขียวหลานสาวของอาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลท่านอยู่เป็นผู้ต้มยาให้ท่านฉันทุกวัน ....

วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทักทายวันบายใจ

ผมหยุดเขียนอะไรต่างๆบนเวป ไปนานเป็นปี
กำลังจะมาเริ่มที่นี่ครับ ไม่รู้ว่าจะทำไปได้ถึงไหน เฮ้อ...เวลาผ่านไปรวดเร็วแต่ยืดยาด อืดอาดในบางเวลา
ยามส่องกระจก ปลงตกกับความเปลี่ยนแปลงของสังขารตัวเอง แอบสังเกตุความเปลี่ยนแปลงลูกๆ ทั้งสองคน จอมซนทั้งคู่ ซึ่งดูเหมือนจะสวนทางกับเรา พวกเขาเหมือนดอกไม้ที่เริ่มเบ่งบานยามต้องแสงอาทิตย์ยามเช้า แต่เราเริ่มเหมือนดอกทานตะวันที่เริ่มเอนดอกซบก้านกิ่งยามตะวันคล้อยบ่าย ฮ่าฮ่า บ่นไปเรื่อยเปื่อย อีกสามวันต้องไปภูเก็ต กับคอนเสิร์ต อลังการงานช้าง ตระเวณทั่วภาคใต้ ประมาณครึ่งเดือน หลายคนถามไถ่ทำไมหายไปสายที่แล้ว ปี53 ไม่ได้เดินสายเหรอ ตอบว่าเดินสายตามปกติครับ แต่ไม่มีเวลาที่จะทำอะไรแบบนี้ เพราะภาระกิจ เพิ่มมากขึ้น ทุกคนที่ผมรู้จักเรียกร้องให้ทำบล็อคอีก วันนี้เลยฮึดอีกครั้ง

อยากเล่าสิ่งต่างๆ ที่พบเจอ เหตุที่ย้ายมาบล็อคนี้เพราะการอัพโหลดรูปและวีดีโอง่ายดี อ้อ หากใคร อยากดูของเก่าที่ผมเคยทำไว้เมื่อสองปีที่แล้ว ไปดูตามนี้นะครับ http://tammarat.exteen.com/

..............แล้วเจอกันครับ......